เปิดสถิติ อาร์โนลด์ โหดทำโอกาสให้เพื่อนได้สูงสุด ตัวเลขสวย

เปิดสถิติ อาร์โนลด์ โหดทำโอกาสให้เพื่อนได้สูงสุด ตัวเลขสวย

           ฟอร์มเกมเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาทำให้ในตอนนี้ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แบ็กขวา ลิเวอร์พูล มีโอกาสการทำประตูให้เพื่อนร่วมทีมในลีกไปแล้ว 73 ครั้ง และถือว่าเป็นอันดับ 1 ของทีมในด้านนี้ โดยที่สูงกว่าอันดับ 2 อย่าง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ แบบเยอะที่สุด

             เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แบล็คขวาคนเก่งของ ลิเวอร์พูล เป็นนักเตะที่ทำโอกาสสร้างประตูให้เพื่อนร่วมทีมในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ มากสุดๆของ “หงส์แดง” ของฤดูกาลนี้ด้วยจำนวน 73 ครั้ง

              ในเกมลีกนัดล่าสุดที่ ลิเวอร์พูล เปิดบ้าน แอนฟิลด์ เอาชนะ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 3-2 เมื่อวันจันทร์ที่ 24 กุมภาพันธ์นั้น อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ สามารถทำได้ 2 แอสซิสต์ จากจังหวะที่ผ่านบอลให้ จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม ทำประตูได้นาทีที่ 9 และ 9 นาทีสุดท้ายที่เอาบอลให้ ซาดิโอ มาเน่ ก่อนที่ มาเน่ จะทำประตูชัยชนะให้เจ้าถิ่นได้ ซึ่งมันก็ทำให้ตลอดฤดูกาลนี้เขาทำแอสซิสต์ในลีกไปแล้ว 12 ครั้ง ส่งผลทำให้ดาวเตะทีมชาติอังกฤษเทียบสถิติการเป็นนักเตะในตำแหน่งหลังที่ทำแอสซิสต์ได้มากที่สุดใน1 ฤดูกาลกับการเล่น พรีเมียร์ลีก โดยสถิติเดิมเป็นของเขาเองเกิดขึ้นเมื่อซีซั่นก่อน

                ในทั้งนี้ ถ้าดูเฉพาะการผ่านบอลได้ดีจนทำโอกาสสร้างประตูให้เพื่อนร่วมทีมได้ โดยไม่ต้องสนใจว่าสุดท้ายแล้วเพื่อนร่วมทีมจะยิงเข้าหรือไม่ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ทำได้ดีจนทิ้งห่างกับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ปีกชาวอียิปต์ เป็นอันดับ 2 แบบที่ไม่เห็นฝุ่น เพราะของ ซาลาห์ อยู่ 44 ครั้ง โดยที่ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน แบล็คซ้ายชาวสกอตต์ ตามมาเป็นอันดับ 3 ของทีม ด้วยจำนวนที่ 42 หน
                 นอกนี้ จากผลงานในเกมเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาส่งผลให้ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ทำแอสซิสต์รวมทุกตอนใน พรีเมียร์ลีก ไปแล้ว 25 หน ทำให้เขากลายเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดเป็นอันดับ 3 ที่ทำแอสซิสต์ถึงหลักกับการเล่นใน พรีเมียร์ลีก ด้วยวัย 21 ปี กับอีก 140 วัน เป็นรองเพียง เชส ฟาเบรกาส (20 ปี กับอีก 134 วัน) และ เวย์น รูนี่ย์ (21 ปี กับอีก 63 วัน) แค่นั่น
ฮันซี่ พูดคูตินโญ่กดดันตัวเองมากเกินไปจนทำผลงานเสียแต่ยังไงก็ยังช่วยเสมอ

ฮันซี่ พูดคูตินโญ่กดดันตัวเองมากเกินไปจนทำผลงานเสียแต่ยังไงก็ยังช่วยเสมอ

           ฮันซี่ ฟลิค กุนซือ บาเยิร์น เผย ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ กดดันตัวเองมากจนเกินไปทำให้ผลงานยังไม่ดีเท่าที่ควร พร้อมยังบอกว่าตนจะช่วย คูตินโญ่ ต่อไปเหมือนเดิม

           ฮันซี่ ฟลิค เทรนเนอร์ บาเยิร์น มิวนิค สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ บุนเดสลีกา เยอรมัน เผยว่า ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ กองกลางชาวบราซิเลียน พยายามที่จะแสดงศักยภาพของตัวเองมากจนเกินไป และกลายเป็นการสร้างความกดดันให้ตัวเองไปในตัว

           หลังจากที่ไม่ประสบความสำเร็จกับ บาร์เซโลน่า คูตินโญ่ ก็ได้ย้ายมาอยู่กับ บาเยิร์น ด้วยสัญญายืมตัวช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ด้วยความหวังว่าจะกลับมาโชว์ฟอร์มเก่งเหมือนตอนอยู่กับ ลิเวอร์พูล ให้ได้ แต่จนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่สามารถทำแบบนั้นได้เลย จนถในขนาดนี้ที่มีข่าวลือว่า “เสือใต้” อาจจะไม่ซื้อขาดเขาด้วย

            ฟลิค เปิดเผยว่า “ฟอร์มของเขาในการซ้อมมันทำให้ผมมีความหวังอยู่เสมอว่าเขาจะโชว์ฟอร์มที่ยอดเยี่ยมออกมาได้ เขาจะเป็นนักเตะมีพรสวรรค์สูงอยู่แล้ว แต่เขาก็แค่กดดันตัวเองมากเกินไป เขาพยายามที่จะแสดงคุณภาพของตัวเองแบบต่อเนื่องจนกลายเป็นว่าเขาพยายามมากเกินไป มันไม่ใช่ที่ทุกๆ การตัดสินใจของเขาเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง ยังไงก็ตาม เราก็จะยังให้ความช่วยเหลือเขาต่อไปเรื่อยๆ ผมชอบเขามาก ทั้งในฐานะนักเตะและในฐานะคนๆหนึ่ง

เคราร์ด ปิเก้ ประกาศบาร์เซโลน่ามองเมสซี่เก่งกว่ามาราโดน่า

เคราร์ด ปิเก้ ประกาศบาร์เซโลน่ามองเมสซี่เก่งกว่ามาราโดน่า

            เคราร์ด ปิเก้ ประกาศหลัง บาร์เซโลน่า เปิดเผย ส่วนตัวแล้วตัวเองมองว่า ลิโอเนล เมสซี่ เป็นนักเตะเก่งกว่า ดีเอโก้ มาราโดน่า จากที่มีความที่ท่าทางการเตะเก่งกว่า

             เคราร์ด ปิเก้ กองหลังคนดัง บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึก ลา ลีกา สเปน พูดว่าส่วนตัวแล้วตนให้ ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้าเพื่อนร่วมทีม เป็นนักเตะที่เก่งกว่า ดีเอโก้ มาราโดน่า ตำนานดาวเตะชาวอาร์เจนไตน์

             บาร์เซโลน่า เตรียมตัวเจอกับ นาโปลี ในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก ที่สนาม ซาน เปาโล วันอังคารที่ 25 กุมภาพันธ์นี้ ซึ่งหนึ่งในความน่าสนใจของเกมนี้คือการที่

              เมสซี่ จำเป็นต้องเจอกับทีมที่ มาราโดน่า ที่เคยอยู่ด้วย และมันก็ทำให้การเปรียบเทียบระหว่าง เมสซี่ กับ มาราโดน่า ถูกพูดถึงมากขึ้นไป หลังจากตลอดเวลาที่ผ่านมาทั้งคู่ก็มักโดนเปรียบเทียบกันบ่อยๆ อยู่แล้ว

             “ผมยังไม่ได้คุยกับ เลโอ เกี่ยวกะการเล่นที่ ซาน เปาโล นะ แต่เป็นที่แน่นอนว่าเขาจะมีความสุขที่จะได้เล่นในสนามที่เขาไม่เคยลองมาก่อน และมีความสุขสำหรับประวัติศาสตร์ของตัวเอง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการที่ต้องออกจากสนามด้วยผลการแข่งขันที่ดี”

คล็อปป์ กังวลว่าในอนาคตทีมตนจะโดนบาร์เซโล่น่าดึงไปร่วมทีม

คล็อปป์ กังวลว่าในอนาคตทีมตนจะโดนบาร์เซโล่น่าดึงไปร่วมทีม

          เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ ลิเวอร์พูล เปิดใจ หวั่นว่าอนาคตนักเตะของทีมตัวเองจะโดน บาร์เซโลน่า และ เรอัล มาดริด ดึงไปร่วมทัพ ถึงแม้ตอนนี้ “หงส์แดง” จะทำผลงานได้สุดยอดมากๆ ก็ตาม

           เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยอมรับว่าตัวเองกังวลว่า บาร์เซโลน่า กับ เรอัล มาดริด อาจจะดึงตัวนักเตะของทีมตนไปร่วมทัพได้ในอนาคต

           ทีม คล็อปป์ ทำผลงานได้ดีเด่นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศของ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อฤดูกาล 2017-18, ได้ถ้วย “บิ๊กเอียร์” ในซีซั่น 2018-19 และกำลังจะเป็นแชมป์ลีกในฤดูกาลนี้

           แต่มันก็ทำให้นักเตะของพวกเขาตกเป็นข่าวเกี่ยวกับการย้ายทีมเช่นกัน โดยเฉพาะ ซาดิโอ มาเน่, โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ 3 แนวรุกตัวจริงของ “หงส์แดง” อีกทั้ง บาร์เซโลน่า และ เรอัล ก็มีข่าวทั้ง 3 คนด้วย

            คล็อปป์ เปิดเผยว่า “สำหรับนักเตะบางคนแล้วนะ ผมคิดว่าถ้าเกิดทีมอย่าง บาร์เซโลน่า หรือ เรอัล ติดต่อเข้ามาแล้วล่ะก็ มันก็ยังเป็นที่เรื่องยากที่จะปฏิเสธทีมเหล่านั้นได้ลง แน่นอน ผมคิดว่าสำหรับคนทั่วโลกนั้น ลิเวอร์พูล เป็นหนึ่งในทีมชั้นยอด แต่ถ้าเฉพาะในทวีปอเมริกาใต้ 2 ทีมนี้ยังถือว่าดังได้มากกว่านิดหน่อย มันก็พอเข้าใจได้ว่าทำไมมันถึงเป็นอย่างนี้เมื่อพิจารณาถึงเรื่องภาษาและวัฒนธรรม อีกนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้การติดต่อจากทั้ง 2 ทีมนั้นสร้างปัญหาได้อยู่เสมอ แต่นอกเหนือจากเรื่องนั้นแล้วมันก็ไม่ใช่มันจะมีถึง 500 ทีมที่สามารถซื้อนักเตะของพวกเราได้”

เคราช์ ยกย่องการเล่นแฟร์นันด์สทำให้แมนยูชน3-0 ในพรีเมียร์ลีก

เคราช์ ยกย่องการเล่นแฟร์นันด์สทำให้แมนยูชน3-0 ในพรีเมียร์ลีก

          ปีเตอร์ เคราช์ ยกย่องฟอร์มการเล่นของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ในเกมที่ แมนฯ ยูไนเต็ด เอาชนะ วัตฟอร์ด 3-0 ในเกมพรีเมียร์ลีก เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

          บรูโน่ แฟร์นันด์ส มิดฟิลด์โปรตุกีสเจ้าของค่าตัว 47 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 1,932 ล้านบาท ของ แมนฯ ยูไนเต็ด โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นในเกมล่าสุด โดยเจ้าตัวมีส่วนร่วมกับประตูของทีมทั้ง 3 ประตู รวมถึงเป็นคนซัดจุดโทษให้ “ปีศาจแดง” ขึ้นนำในนาทีที่ 42 และแอสซิสต์ให้กับ เมสัน กรีนวู้ด ซัดปิดกล่องในช่วงท้ายเกม

         จากผลงานดังกล่าว ปีเตอร์ เคราช์ อดีตกองหน้าทีมชาติอังกฤษ ซึ่งปัจจุบันรับหน้าที่เป็นกูรูฟุตบอล กล่าวประทับใจในตัวแข้งรายนี้เป็นอย่างมาก “เขายกระดับสโมสรและแฟนบอล รวมถึงเป็นเหมือนผู้นำ”

         “เขามีความเย่อหยิ่งนิดๆ ซึ่ง ยูไนเต็ด ต้องการคนแบบนี้ เขารู้ว่าต้องจ่ายบอลยังไง และมีการผ่านบอลระยะไกลเจ๋งๆ เขาเป็นตัวขับเคลื่อนเกม”

         “เขาสามารถสร้างโอกาสได้ มันทำให้ผมนึกถึง ฆวน มาต้า ในเรื่องเซนส์บอล แต่ มาต้า ไม่สามารถวิ่งทะลุช่องได้ โดยเขา(บรูโน่) ใช้ความเร็วและเรียกจุดโทษได้”

           นอกจากนี้ เคราช์ ยังพูดติดตลกว่า หากตัวเองยังเล่นฟุตบอลอยู่คงจะฟอร์มเปรี้ยงหากได้ลูกเปิดของ บรูโน่ “เขามอบความมั่นใจให้กับผู้เล่นได้ทั้งวันเลยล่ะ – ผมคงจะชอบมากหากได้จบสกอร์จากลูกครอสของเขา แฟนๆ จะปลื้มทุกๆ นาทีแน่นอน”

เคราช์  ยกย่องการเล่นแฟร์นันด์สทำให้แมนยูชน3-0 ในพรีเมียร์ลีก

ลิเวอร์พูล เจอข่าวร้ายเฮนเดอร์สันเจ็บหลังหัวเข่าจนต้องพัก3สัปดาห์

ลิเวอร์พูล เจอข่าวร้ายเฮนเดอร์สันเจ็บหลังหัวเข่าจนต้องพัก3สัปดาห์

            ท่ามกลางช่วงที่ ลิเวอร์พูล กำลังทำผลงานได้สุดยอดจนถึงขนาดที่ยังไม่แพ้ใครเลยในลีก พวกเขาก็ต้องมาเจอกับข่าวร้ายนิดหน่อย หลังจากที่ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กองกลางกัปตันทีม มีอาการบาดเจ็บบริเวณเอ็นหลังหัวเข่า จนน่าจะต้องหมดสิทธิ์ลงเล่นอย่างน้อย 3 สัปดาห์

             เรื่องที่เกิดขึ้นทำให้ เฮนเดอร์สัน จะหมดสิทธิ์ลงเล่นให้ทีมแน่นอน 4 นัดในทุกรายการ ประกอบด้วยเกมลีกกับ เวสต์แฮม วันที่ 24 ก.พ. นี้, เกมลีกกับ วัตฟอร์ด วันที่ 29 ก.พ. นี้, เกม เอฟ เอ คัพ รอบ 5 กับ เชลซี วันที่ 3 มี.ค. นี้ และเกมลีกกับ บอร์นมัธ วันที่ 7 มี.ค.นี้ และยังต้องรอลุ้นอีกว่าเขาจะฟิตทันลงเล่นเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดสองกับ แอตเลติโก มาดริด วันที่ 11 มี.ค. นี้รึเปล่า

              มันไม่ใช่ว่า ลิเวอร์พูล ขาดตัวเลือกในตำแหน่งแบบเดียวกับ เฮนเดอร์สัน ที่ผ่านมาดาวเตะชาวอังกฤษรับบทบาทมิดฟิลด์ตัวกลางที่ทำหน้าที่ในด้านเกมรับบ้างและเกมรุกบ้าง ซึ่งมันยังเหลืออีก 4 คนที่พอจะรับบทบาทแบบเดียวกับ เฮนเดอร์สัน เพื่อมาเล่นร่วมกับ ฟาบินโญ่ และ จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม ในระบบ 3 มิดฟิลด์ได้ นั่นคือ เจมส์ มิลเนอร์, นาบี เกอิต้า และ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน และ อดัม ลัลลาน่า ซึ่งวันนี้เราจะมาดูกันว่าใครที่เหมาะกับการลงแทน เฮนเดอร์สัน มากที่สุด

แน่นอนว่า เกอิต้า มีความสามารถที่โดดเด่นในเกมรุก อย่างช่วง 8 นัดที่ได้ลงเล่นในลีกก็มีเปอร์เซ็นต์ผ่านบอลเข้าเป้า 88.7 เปอร์เซ็นต์ แต่สภาพของเขาในตอนนี้คงยังเร็วเกินไปที่จะได้ลงเล่นเป็นตัวจริง

 ความน่าใช้ : 1.5/5

              – อดัม ลัลลาน่า  แม้ว่าเดิมทีเขาจะเป็นกองกลางตัวรุก แต่ในช่วงปรีซีซั่น ลัลลาน่า ก็ลองหันมารับบทบาทตัวกลางแบบของ เฮนเดอร์สัน บ้าง ซึ่งเจ้าตัวก็ทำผลงานได้ดีในเกมอุ่นเครื่องจนถึงขนาดที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ ยังออกปากชมมาแล้ว

อย่างไรก็ตาม พอถึงฤดูกาลแข่งจริงแล้วมันคนละเรื่อง ลัลลาน่า เพิ่งได้ลงเล่นในลีกไปเพียง 13 นัดเท่านั้นในฤดูกาลนี้ และยังเป็นในฐานะตัวจริงเพียง 3 เกมด้วย ทำให้ถึงแม้เขาจะมีเปอร์เซ็นต์ผ่านบอลเข้าเป้า 83.4 เปอร์เซ็นต์ หรือมีค่าเฉลี่ยการสกัดโดนบอล 1.3 ครั้งต่อนัด แต่มันก็ไม่สามารถตัดสินอะไรได้มากนัก และการจะใช้งานเขาก็ออกจะเสี่ยงไปหน่อย

ความน่าใช้ : 2/5

              – เจมส์ มิลเนอร์  แม้ว่าจะเป็นดาวเตะสารพัดประโยชน์ที่สามารถถอยไปเล่นเป็นฟูลแบ็กได้เหมือนกัน แต่ต้องไม่ลืมกันว่าเดิมทีแล้วตำแหน่งหลักของ มิลเนอร์ คือมิดฟิลด์ตัวกลาง ในเกมลีก 17 นัดของฤดูกาลนี้เขาได้ลงเล่นในตำแหน่งฟูลแบ็กไปเพียง 1 เกมเท่านั้น

ทั้งนี้ มิลเนอร์ มีผลงานที่น่าประทับใจกับการผ่านบอลในระดับหนึ่งจนไม่น่าเชื่อว่าจะอายุ 34 ปีแล้ว เพราะเขาผ่านบอลเข้าเป้าในลีก 86.6 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตาม เขาก็เหมือนกับ ลัลลาน่า ที่จริงๆ แล้วไม่ค่อยได้เป็นตัวจริงเท่าไหร่ โดยจากการลงเล่นในลีกไป 17 นัด มันถือเป็นการลงสนามตั้งแต่วินาทีแรกเพียง 6 เกมเท่านั้น

ความน่าใช้ : 2/5

              – อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน หลังจากที่เจ็บตรงเอ็นไขว้หน้าข้อเข่าจนต้องพักนานมาตั้งแต่ช่วงปลายฤดูกาล 2017-18 อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ก็ได้รับโอกาสลงเล่นเยอะพอตัวในซีซั่นนี้ หลังจากได้ลงสนามในลีกไป 18 เกม แบ่งเป็นในฐานะตัวจริง 11 นัด และในฐานะตัวสำรอง 7 หน โดยส่วนหนึ่งมันเป็นเพราะ เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ชื่นชอบฝีเท้าของเขามากๆ เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

               ทั้งนี้ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ตอบแทนความไว้เนื้อเชื่อใจของ คล็อปป์ ได้ดีพอตัว หลังจากที่เขาผ่านบอลเข้าเป้าในลีก 84.5 เปอร์เซ็นต์, วางบอลยาวเข้าเป้า 1.7 หนต่อนัด, โดนคู่แข่งแย่งบอลจากเท้าไปเพียง 0.7 หนต่อเกม ฯลฯ ทำให้เขาสามารถช่วยขึ้นเกมรุกจากแผงมิดฟิลด์ได้ ถ้าหากปีกทั้ง 2 ข้างของทีมเจออุปสรรคบางอย่าง

               นอกจากนี้ ในด้านเกมรับเอง อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ก็ยังขยันจนสามารถสไลด์แย่งบอลได้ 0.8 ครั้งต่อเกม, ตัดบอลแบบไม่ต้องพุ่งเสียบ 0.8 ครั้งต่อนัด และโดนเลี้ยงผ่านเพียง 0.7 ครั้งต่อเกมด้วย ทำให้เขาดูจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดที่จะแทนที่ เฮนเดอร์สัน

ความน่าใช้ : 4/5

ลิเวอร์พูล เจอข่าวร้ายเฮนเดอร์สันเจ็บหลังหัวเข่าจนต้องพัก3สัปดาห์