แบร์นาร์โด้ ซิลวา เปิดใจอยากร่วมงานกับเมสซี่ ยังบอกว่าอยากเตะดีแบบนั้น

แบร์นาร์โด้ ซิลวา เปิดใจอยากร่วมงานกับเมสซี่ ยังบอกว่าอยากเตะดีแบบนั้น

           แบร์นาร์โด้ ซิลวา แข้งชาวโปรตุกีส แมนฯ ซิตี้ เปิดใจ อยากจะร่วมงานกับ ลิโอเนล เมสซี่ หัวหอก บาร์เซโลน่า เป็นอย่างมาก โดยที่บอกว่าถ้าได้ทำอย่างนั้นก็จะได้ร่วมงานกับทั้ง เมสซี่ และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ต่างเป็นนักเตะที่เก่งสุดๆในประวัติศาสตร์

           แบร์นาร์โด้ ซิลวา แข้งคนเก่งของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมมหาเศรษฐีแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เผยว่าตนเองอยากจะร่วมงานกับ ลิโอเนล เมสซี่ ดาวคนดังของ บาร์เซโลน่า อย่างมาก

           ซิลวา เป็นข่าวกับ บาร์เซโลน่า ตั้งแต่ในช่วงหลายเดือนหน้านี้ และช่วงในไม่กี่วันที่ผ่านมากระแสข่าวระหว่างทั้ง 2 ฝ่าย มันก็รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ หลังจากที่ แมนฯ ซิตี้

           โดนสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป  ตัดสิทธิ์การลงเล่นรายการระดับทวีปขึ้นตรงกับพวกเขา อย่างเช่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นเวลาที่ 2 ฤดูกาล จากการที่ “เรือใบสีฟ้า” โดนการตัดสินว่ามีความผิดฐานปลอมแปลงรายรับ เพื่อจะไม่โดนลงโทษจากกฎควบคุมการเงิน และอย่างน้อยเพื่อที่จะได้รับบทลงโทษแบบสถานเบา

            หลังจากที่โดน เซร์ กาตาลุนย่า สื่อแคว้นกาตาลุนย่าตอบว่าเขาอยากเล่นร่วมกับ เมสซี่ หรือไม่นั้น ซิลวา ก็บอกว่า “แน่นอนว่าผมอยากเล่นกับเขา ผมเล่นร่วมกันกับ คริสเตียโน่ ในระดับทีมชาติอยู่แล้ว และถ้าผมได้เล่นร่วมกันกับ เมสซี่ อีกคน ผมก็สามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่าผมได้เล่นร่วม 2 เป็นนักเตะที่เก่งที่สุดในประวัติศาสตร์ ซึ่งจะน่าภูมิใจมากๆ ที่สามารถพูดแบบนั้นได้ แต่มันเป็นประเด็นที่ซับซ้อนมากนะ อย่างไรก็ตาม ผมจะยินดีเล่นร่วมกันกับเขาไม่ว่าจะ ซิตี้ หรือ บาร์ซ่า

แลมพาร์ด รับบาเยิร์นเหนือกว่าทีมของตนแถมบอกทีมของตนเล่นได้แย่กว่า

แลมพาร์ด รับบาเยิร์นเหนือกว่าทีมของตนแถมบอกทีมของตนเล่นได้แย่กว่า

           แฟร้งค์ แลมพาร์ด กุนซือ เชลซี รับ บาเยิร์น เหนือกว่าทีมของตัวเองคนละขุมเลย พร้อมกับบอกว่าวันนี้ทีมของตัวเองเล่นได้แย่กว่ามาตรฐานผ่านๆมาด้วย

            แฟร้งค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีม เชลซี ทีมดังศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เปิดใจยอมรับว่าทีมของตัวเองห่างจาก บาเยิร์น มิวนิค อย่างมาก หลังจากพวกเขาแพ้ด้านอีกฝ่าย 0-3  สแตมฟอร์ด บริดจ์ ในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย ในนัดแรก ในวันอังคารที่ 25 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

             แม้ชื่อชั้นของทั้ง 2 ทีม ใกล้เคียงกัน แต่ในเกมนี้ทีมเยือนเล่นเหนือกว่าจนชนะแบบขาดลอยจาก 2 ประตูจาก แซร์จ นาบรี้ และนาทีที่ 51 กับ 54 อีก 1 ลูกของ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ในนาทีที่ 76 ในช่วง 7 นาทีสุดท้าย เชลซี  เหลือผู้เล่นอีกแค่ 10 คนด้วย จากการที่ มาร์กอส อลอนโซ่ โดนใบแดงไล่ออกจากสนามในเกม

             ในสุดท้ายแล้ววันนี้เราก็ไม่ได้ทำทุกอย่างออกมาแบบที่เหมาะสม เราไม่มีความมั่นใจในตอนที่ได้ครองบอล นั่นเป็นสิ่งที่ผมรู้สึกผิดหวังมากที่สุดตั้งแต่ต้นเกมยันตอนจบเกม เราก็แสดงให้เห็นมาตลอดทั้งฤดูกาลว่าเราอยากเล่นรายการนี้มาก แต่วันนี้เราไม่ได้เล่นด้วยฟอร์มแบบที่ว่าเลย ซึ่งบางครั้งมันมีโอกาสเกิดเรื่องแบบนี้ได้เป็นธรรมดาเมื่อต้องเจอกับบรรยากาศอันดุเดือดที่สายตาของทุกคนจับจ้องคุณ เป็นบทเรียนที่ร้ายแรงสำหรับนักเตะของเราในเรื่องเกี่ยวกับระดับที่พวกเขาอยากไปให้ถึง

             “เราจะไม่ได้ลงเล่นในรอบน็อกเอาต์ของ แชมเปี้ยนส์ ลีก และไปไม่ถึงรอบลึกๆ ของรายการนี้มาพักหนึ่งแล้ว นั่นคือความเป็นจริง บางครั้งคุณต้องยอมรับเกี่ยวกับเรื่องนั้นแบบตรงไปตรงมา มันต้องยอมรับว่าพวกเขาเล่นได้เหนือกว่าเรา มันค่อนข้างน่าเศร้านิดๆ”

             “ผมก็ผิดหวังที่เราไม่สามารถเล่นให้ดีกว่านี้ได้ แต่มันเป็นเหมือนการปลุกให้ทุกคนในห้องแต่งตัวมาเจอกับความเป็นจริง (ว่า เชลซี ยังไม่ดีพอ) เราจะต้องยอมรับมันและพิจารณาตัวเอง เราไม่จำเป็นต้องมองไปที่คนอื่นเลย ผมคิดว่านั่น (ฟอร์มของ บาเยิร์น) เป็นระดับที่เราต้องไปให้ถึงให้ได้ สโมสรแห่งนี้เคยเล่นในระดับนั้นได้มาแล้ว และเราต้องทำงานกันอย่างหนักเพื่อที่จะกลับไปอยู่ในจุดนั้นให้ได้”

ฮันซี่ ฟลิค ยกย่องนาบรี้ฝึกฝีเท้าได้เก่งมากๆเป็นฮีโร่ของทีมเชลซีเลย

ฮันซี่ ฟลิค ยกย่องนาบรี้ฝึกฝีเท้าได้เก่งมากๆเป็นฮีโร่ของทีมเชลซีเลย

          ฮันซี่ ฟลิค กุนซือ บาเยิร์น ยกย่อง แซร์จ นาบรี้ ในการพัฒนาฝีเท้าได้ดีมากๆจนในล่าสุดเป็นฮีโร่ของทีมกับเกมของ เชลซี พร้อมกับบอกว่าเกมนี้ทีมของตัวเองเล่นได้ดีถึงขั้นน่าจะทำประตูได้ในครึ่งแรกด้วยซ้ำ

          ฮันซี่ ฟลิค เทรนเนอร์ บาเยิร์น มิวนิค ทีมยักษ์ใหญ่แห่งในวงการ บุนเดสลีกา เยอรมัน พูดชม แซร์จ นาบรี้ ปีกชาวเยอรมันในพัฒนาตัวเองได้ยอดเยี่ยมมากๆ ในล่าสุด นาบรี้ ได้ทำประตูคนเดียว 2 ประตู จนช่วยทีมบุกไปชนะ เชลซี 3-0 ถึงในสนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์ เกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย ในนัดแรก  วันอังคารที่ 25 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

          จากครึ่งแรกจบลงด้วยการเสมอกัน 0-0 ทีมที่เยือนได้มา 2 ประตู ช่วงระยะเวลาห่างกันแค่ 3 นาที การเหมาของ นาบรี้ ในนาทีที่ 51 และ 54 ก่อนที่ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

          จะทำประตูส่งท้ายให้ทีมที่เยือนนาทีที่ 76 โดยในนาทีที่ 83 มาร์กอส อลอนโซ่ ดาวเตะของทีมเจ้าถิ่นก็ยังมาโดนใบแดงไล่ออกจากสนามด้วย

           ฟลิค เปิดเผยว่า “วันนี้ในทีมของเราเล่นแบบมีสมาธิมากๆเลย ตลอดทั้ง 90 นาที เราสามารถสร้างความกดดันให้กับคู่แข่งเราได้ตั้งแต่ต้นเกมและการครองเกมเอาไว้ได้ ครึ่งแรกเราทำประตูจากโอกาสมีได้สัก 1 หรือ 2 หนด้วยซ้ำ แต่ในสุดท้ายครึ่งหลังเราสามารถทำอย่างนั้น

           เราก็พอใจกันมากๆ ผมก็รู้จัก แซร์จ นาบรี้ มาสักพักใหญ่แล้ว เขาก็พัฒนาตัวเองได้ดีมากๆ แซร์จ ทำได้ดีมากเวลาที่ต้องดวลกับคู่แข่งตัวต่อตัว และตอนที่อยู่หน้าปากทางประตู เราก็มีความสุขกันมากๆ ที่มีนักเตะแบบเขาอยู่ในทีม”

เซเตียน บาร์เซโลน่าบอกนาโปลี น่าจะเจาะยากพอใจกับสกอร์!

เซเตียน บาร์เซโลน่าบอกนาโปลี น่าจะเจาะยากพอใจกับสกอร์!

         กีเก้ เซเตียน กุนซือ บาร์เซโลน่า กล่าว นาโปลี เล่นทางด้านรับอย่างหนักจนถึงขั้นใช้ผู้เล่นทางด้านรับ 10 คน จะทำให้ทีมของตนเจาะตาข่ายของอีกฝ่ายได้ยากมาก แต่เปิดเผย ว่าพอใจกับสกอร์ที่ออกมาแล้ว

          กีเก้ เซเตียน เทรนเนอร์ บาร์เซโลน่า ทีมยักษ์ใหญ่แห่งวงการ ลา ลีกา สเปน บอกว่าต้นเหตุที่ทำให้ทีมของตัวเองเล่นได้ยากมาก จนออกเสมอกับ นาโปลี 1 ต่อ 1 ที่สนาม ซาน เปาโล ของเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย ในนัดแรก เมื่อวันอังคารที่ 25 กุมภาพันธ์ผ่านมานี้ เป็นเพราะของอีกฝ่ายเน้นเล่นรับอย่างหนักจนทำขนาดใช้ผู้เล่น 10 คนไปให้เล่นเกมรับ

           ในเกมนี้เจ้าถิ่นนำขึ้นก่อนจาก ดรีส์ เมอร์เท่นส์ ในนาทีแรกที่ 30 ซึ่งหลังจากเกมนั้น บาร์เซโลน่า ก็พยายามทำอย่างหนักเพื่อจะตีเสมอให้ได้ ถึงแม้ว่า นาโปลี เล่นเกมรับได้แข็งแกร่งมากแค่ไหน แต่สุดท้ายอาคันตุกะก็ตามมาตีเสมอได้สำเร็จจาก อ็องตวน กรีซมันน์ ทางนาทีที่ 57

           เซเตียน เปิดเผยว่า “พวกเขาเล่นเกมรับโดยการที่ให้นักเตะตัวเอง 10 คนไปอยู่ใกล้ๆกับกรอบเขตด้านโทษของพวกเขาเอง แต่จริงอยู่ว่าไม่ได้สร้างโอกาสทำประตูได้มากนักหนา แต่เราก็รู้ดีว่าเราต้องเล่นอย่างอดทนเท่านั้น ความที่ไม่ย่อท้อเราจะทำให้เราหาช่องว่างเจอ”

          “แล้วมันเป็นผลการแข่งขันที่ดีมาก ถึงแม้ว่าเราต้องทำงานอย่างหนักเพื่อจะสร้างโอกาสในการทำประตูให้ได้มันก็ตาม นาโปลี ก็ได้ทำประตูจากโอกาสเดียวครึ่งแรก ส่วนเราไม่มีความสามารถมากพอที่จะทะลุกำแพงด้านแนวรับที่ นาโปลี ตั้งขึ้นมา ในหลังจากพวกเขาโดนตีเสมอไปแล้วนั่นพวกเขาเปิดพื้นที่ว่างมากขึ้นมาหน่อย เราก็สามารถจะสมารถสร้างปัญหาให้พวกเขาได้มากกว่าเดิม พวกเขาเล่นสามารถเล่นได้ดีมากๆ มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย (ที่จะทำประตูใส่ นาโปลี ได้) เพราะฉะนั่นการเล่นเสมอในเกมนี้จึงต้องถือเป็นผลการของการแข่งขันที่ดีก่อนที่จะลงเล่นนัดสองแล้ว

ฮันซี่ พูดคูตินโญ่กดดันตัวเองมากเกินไปจนทำผลงานเสียแต่ยังไงก็ยังช่วยเสมอ

ฮันซี่ พูดคูตินโญ่กดดันตัวเองมากเกินไปจนทำผลงานเสียแต่ยังไงก็ยังช่วยเสมอ

           ฮันซี่ ฟลิค กุนซือ บาเยิร์น เผย ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ กดดันตัวเองมากจนเกินไปทำให้ผลงานยังไม่ดีเท่าที่ควร พร้อมยังบอกว่าตนจะช่วย คูตินโญ่ ต่อไปเหมือนเดิม

           ฮันซี่ ฟลิค เทรนเนอร์ บาเยิร์น มิวนิค สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ บุนเดสลีกา เยอรมัน เผยว่า ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ กองกลางชาวบราซิเลียน พยายามที่จะแสดงศักยภาพของตัวเองมากจนเกินไป และกลายเป็นการสร้างความกดดันให้ตัวเองไปในตัว

           หลังจากที่ไม่ประสบความสำเร็จกับ บาร์เซโลน่า คูตินโญ่ ก็ได้ย้ายมาอยู่กับ บาเยิร์น ด้วยสัญญายืมตัวช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ด้วยความหวังว่าจะกลับมาโชว์ฟอร์มเก่งเหมือนตอนอยู่กับ ลิเวอร์พูล ให้ได้ แต่จนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่สามารถทำแบบนั้นได้เลย จนถในขนาดนี้ที่มีข่าวลือว่า “เสือใต้” อาจจะไม่ซื้อขาดเขาด้วย

            ฟลิค เปิดเผยว่า “ฟอร์มของเขาในการซ้อมมันทำให้ผมมีความหวังอยู่เสมอว่าเขาจะโชว์ฟอร์มที่ยอดเยี่ยมออกมาได้ เขาจะเป็นนักเตะมีพรสวรรค์สูงอยู่แล้ว แต่เขาก็แค่กดดันตัวเองมากเกินไป เขาพยายามที่จะแสดงคุณภาพของตัวเองแบบต่อเนื่องจนกลายเป็นว่าเขาพยายามมากเกินไป มันไม่ใช่ที่ทุกๆ การตัดสินใจของเขาเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง ยังไงก็ตาม เราก็จะยังให้ความช่วยเหลือเขาต่อไปเรื่อยๆ ผมชอบเขามาก ทั้งในฐานะนักเตะและในฐานะคนๆหนึ่ง

คล็อปป์ กังวลว่าในอนาคตทีมตนจะโดนบาร์เซโล่น่าดึงไปร่วมทีม

คล็อปป์ กังวลว่าในอนาคตทีมตนจะโดนบาร์เซโล่น่าดึงไปร่วมทีม

          เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ ลิเวอร์พูล เปิดใจ หวั่นว่าอนาคตนักเตะของทีมตัวเองจะโดน บาร์เซโลน่า และ เรอัล มาดริด ดึงไปร่วมทัพ ถึงแม้ตอนนี้ “หงส์แดง” จะทำผลงานได้สุดยอดมากๆ ก็ตาม

           เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยอมรับว่าตัวเองกังวลว่า บาร์เซโลน่า กับ เรอัล มาดริด อาจจะดึงตัวนักเตะของทีมตนไปร่วมทัพได้ในอนาคต

           ทีม คล็อปป์ ทำผลงานได้ดีเด่นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศของ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อฤดูกาล 2017-18, ได้ถ้วย “บิ๊กเอียร์” ในซีซั่น 2018-19 และกำลังจะเป็นแชมป์ลีกในฤดูกาลนี้

           แต่มันก็ทำให้นักเตะของพวกเขาตกเป็นข่าวเกี่ยวกับการย้ายทีมเช่นกัน โดยเฉพาะ ซาดิโอ มาเน่, โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ 3 แนวรุกตัวจริงของ “หงส์แดง” อีกทั้ง บาร์เซโลน่า และ เรอัล ก็มีข่าวทั้ง 3 คนด้วย

            คล็อปป์ เปิดเผยว่า “สำหรับนักเตะบางคนแล้วนะ ผมคิดว่าถ้าเกิดทีมอย่าง บาร์เซโลน่า หรือ เรอัล ติดต่อเข้ามาแล้วล่ะก็ มันก็ยังเป็นที่เรื่องยากที่จะปฏิเสธทีมเหล่านั้นได้ลง แน่นอน ผมคิดว่าสำหรับคนทั่วโลกนั้น ลิเวอร์พูล เป็นหนึ่งในทีมชั้นยอด แต่ถ้าเฉพาะในทวีปอเมริกาใต้ 2 ทีมนี้ยังถือว่าดังได้มากกว่านิดหน่อย มันก็พอเข้าใจได้ว่าทำไมมันถึงเป็นอย่างนี้เมื่อพิจารณาถึงเรื่องภาษาและวัฒนธรรม อีกนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้การติดต่อจากทั้ง 2 ทีมนั้นสร้างปัญหาได้อยู่เสมอ แต่นอกเหนือจากเรื่องนั้นแล้วมันก็ไม่ใช่มันจะมีถึง 500 ทีมที่สามารถซื้อนักเตะของพวกเราได้”

ปอล ป็อกบา ตัดสินใจจะอยู่กับแมนยูฯมีข้อแม้หากสั่งปลดกุนนาร์

ปอล ป็อกบา ตัดสินใจจะอยู่กับแมนยูฯมีข้อแม้หากสั่งปลดกุนนาร์

           สื่อเมืองกระทิง ตีข่าว เรอัล มาดริด และ ยูเวนตุส อาจจะกินแห้วกระป๋องโต เนื่องจาก ปอล ป็อกบา กองกลางเลือดเฟร้นช์ อาจจะตัดสินใจอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต่อไป หากสโมสรสั่งปลด โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ออกจากการกุมบังเหียน “ปีศาจแดง”

           ปอล ป็อกบา กองกลางทีมชาติฝรั่งเศส “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อาจตัดสินใจอยู่ค้าแข้งในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด และพร้อมขยายสัญญาฉบับใหม่ หากสโมสรจัดการปลด โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีม จากการเปิดเผยของ มาร์ก้า สื่อดังในสเปน

           มิดฟิลด์แชมป์โลก มีข่าวเตรียมเก็บข้าวของออกจาก “โรงละครแห่งความฝัน” ในช่วงซัมเมอร์นี้  ขณะเดียวกันในช่วงที่ผ่านมา มิโน่ ไรโอล่า เอเจนต์ส่วนตัวของนักเตะกับ โซลชา มักจะเปิดสงครามน้ำลายใส่กัน ยิ่งเป็นการโยนน้ำมันใส่กองไฟโหมกระหน่ำข่าวลือเรื่องการหนีออกจาก แมนฯ ยูไนเต็ด มากยิ่งขึ้น

    ช่วงที่ผ่านมา “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด และ “ม้าลาย” ยูเวนตุส แสดงความสนใจอยากได้ ป็อกบา ไปร่วมทีมอย่างมาก และสื่อระบุว่าทั้งสองสโมสรนี้มีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นจุดหมายปลายทางต่อไปสำหรับ ดาวเตะเทคนิคสูงเลือดเฟร้นช์

    อย่างไรก็ตามเรื่องทุกอย่างอาจจะพลิกโผ เมื่อ มาร์ก้า รายงานว่า ป็อกบา ซึ่งอยู่ในช่วงพักฟื้นร่างกายจากการผ่าตัดข้อเท้า อาจตัดสินใจอยู่ร่วมหัวจมท้ายกับต้นสังกัด และถึงขนาดขยายสัญญาฉบับใหม่ หากบอร์ดบริหาร “เร้ด เดวิลส์” สั่งปลด โซลชา ออกจากการกุมบังเหียน

ริโก้ โชว์เหวอเหมาคนเดียวสองประตู 4-3 ในศึกฟุตบอลลีกเอิงฝรั่งเศส

ริโก้ โชว์เหวอเหมาคนเดียวสองประตู 4-3 ในศึกฟุตบอลลีกเอิงฝรั่งเศส

           เซร์คิโอ ริโก้ นายทวาร ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เกือบเป็นส่วนสำคัญให้ทีมพลาดคว้าชัยหลังมีจังหวะโชว์เหวอหลายครั้งก่อนได้ มาร์กินญอส เหมาคนเดียวสองประตูพาทีมรัวแซง บอร์กโดซ์ 4-3 แต่ยังเสียหายเมื่อ เนย์มาร์ มาโดนใบแดงไล่ออกจากสนามช่วงทดเจ็บ ในศึกฟุตบอล ลีกเอิง ฝรั่งเศส คืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

           โธมัส ทูเคิ่ล เทรนเนอร์ชาวเยอรมันวัย 46 ปี ของปารีส แซงต์-แชร์กแมง นำทีมแพ้นัดแรกในรอบ 24 เกมหลังสุด (ชนะ 20, เสมอ 3, แพ้ 1) หลังจากพ่ายเกมเยือน โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 1-2 ที่เยอรมัน ในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก เมื่อวันอังคารที่ 18 กุมภาพันธ์

           เปาโล ซูซ่า เทรนเนอร์ชาวโปรตุกีสของบอร์กโดซ์วัย 49 ปี นำทีมไม่แพ้ 5 นัดซ้อน โดยล่าสุดเปิดบ้านเสมอ ดิฌง 2-2 ในลีก เอิง นัดที่ 25 เมื่อคืนวันเสาร์ 15 กุมภาพันธ์

            เกมเริ่ม 15 นาทีเป็น เปแอสเช ครองบอลบุกเข้าใส่ตามคาดมีจังหวะลุ้นทำประตูทั้งจาก เนย์มาร์ และ เอดินสัน คาวานี่ แต่ก็ยังไม่ตรงกรอบทั้งหมด

            แต่แล้วนาที 18 กลายเป็น บอร์กโดซ์ ทะยานออกนำจาก ซามูเอล คาลู แต่งหาช่องตะบันด้วยขวาไปติดเซฟ เซร์คิโอ ริโก้ ออกหลังไปและจากจังหวะเตะมุมของ โตมา บาซิช ครอสมาเข้าหัว ฮวาง อุย-โจ โขกเข้าไป

            จากนั้นนาที 25 แชมป์เก่าตามตีเสมอทันควันเป็น อังเคล ดิ มาเรีย ได้บอลทางฝั่งขวาก่อนตักด้วยซ้ายเข้ากรอบเขตโทษให้ เอดินสัน คาวานี่ วิ่งตัดหลังแนวรับโหม่งเต็มแรงเสียบเสาแรกสุดสวย

            ครึ่งชั่วโมงผ่านไป เปแอสเช เกือบพลิกขึ้นนำเป็น เนย์มาร์ จ่ายทะลุช่องให้ คีเลียน เอ็มบัปเป้ สอดหลุดกับดักล้ำหน้าควบเข้าไปเอียงตัววัดด้วยขวาติดปลายมือ เบอนัวต์ กอสติล เหลือเชื่อ

            ช่วงทดเจ็บนาที 45+1 เจ้าถิ่น พลิดขึ้นนำจนได้เป็นลูกฟรีคิกทางซ้ายของ อังเคล ดิ มาเรีย ปั่นบอลลึกมาเสาไกลให้ มาร์กินญอส ใช้หัวไหล่เปลี่ยนทางผ่าน เบอนัวต์ กอสติล เข้าประตูไป

            ยังไม่ยอมง่าย นาที 45+5 บอร์กโดซ์ ตามตีเสมอบ้างจากลูกฟรีคิกเกือบครึ่งสนามหยอดเข้าเขตโทษมาตกใส่เท้า มาร์โก แวร์รัตติ จ่ายคืนให้  เซร์คิโอ ริโก้ หวดไปติดหัวเข่า ปาโบล ที่วิ่งเข้ามากดดันเด้งเข้าประตูตัวเอง

            หมดครึ่งเวลาแรก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง 2 บอร์กโดซ์ 2

            เปิดฉากครึ่งหลังไม่ถึง 5 นาที เซร์คิโอ ริโก้ เล่นพลาดเกือบทำทีมเสียเปรียบรับบอลคืนจากเพื่อนแต่เตะผิดไปเข้าทาง นิโกล่าส์ เดอ เพรวิลล์ จ่ายต่อให้ ซามูเอล คาลู ยิงไปโดนมือ มาร์กินญอส โชคดีผู้ตัดสินไม่ให้จุดโทษ

            นาที 63 เปแอสเช ขึ้นนำอีกครั้งจากลูกเตะมุมของ อังเคล ดิ มาเรีย เปิดลึกมาแฉลบก่อนเป็น คีเลียน เอ็มบัปเป้ เก็บตกจ่ายให้ เอดินสัน คาวานี่ สอดมาโขก ติดมือ เบอนัวต์ กอสติล มาเข้าทาง มาร์กินญอส ทิ่มเสยเพดานตาข่ายไม่พลาด

            6 นาทีต่อมา เจ้าถิ่นทิ้งห่างออกไปคราวนี้ เอดินสัน คาวานี่ รับบอลจาก คีเลียน เอ็มบัปเป้ หลุดเข้ากรอบเขตโทษก่อนชิ่งคืนให้ คีเลียน เอ็มบัปเป้ วิ่งตามเข้ามาซัดง่ายๆเข้าไป

            นาที 83 บอร์กโดซ์ ไล่ขึ้นมาอีกครั้งจากลูกยิงส่งเข้าประกวดของ รูเบน ปาร์โด เก็บตกหน้ากรอบเขตโทษก่อนตะบันด้วยขวาระยะร่วม 30 หลาเสียบสามเหลี่ยมสุดงาม

            หลังจากนั้น เจ้าถิ่น พยายามปิดกล่องเกือบทำสำเร็จในนาที 89 หลัง เมาโร อีการ์ดี้ ส่งบอลไปซุกก้นตาข่ายเรียบร้อยแต่ “วีเออาร์” ฟ้องว่า คีเลียน เอ็มบัปเป้ ที่มีส่วนร่วมกับประตูนี้ยืนลำหน้าไปก่อนแล้ว

           แต่ในนาทีที่ 90+3 เปแอสเช ต้องมาเสีย เนย์มาร์ ดาวยิงคนสำคัญโดนใบเหลืองที่สองไล่ออกจากสนามพลาดเกมเปิดบ้านต้อนรับ ดิฌง

           จบเกม ปารีส แซงต์-แชร์กแมง 4 บอร์กโดซ์ 3

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนามตัวจริง

          ปารีส แซงต์-แชร์กแมง : เซร์คิโอ ริโก้ – ธิโล่ เคห์เรอร์,  ติอาโก้ ซิลวา (กัปตันทีม),  เพรสแนล คิมเปมเบ้, ฆวน เบร์นาต – อังเคล ดิ มาเรีย, มาร์กินญอส, มาร์โก แวร์รัตติ, เนย์มาร์ –  เอดินสัน คาวานี่, คีเลียน เอ็มบัปเป้

         บอร์กโดซ์เบอนัวต์ กอสติล (กัปตันทีม) – เอน็อค ควาเต็งช์, ยุสซุฟ ซาบาลี, โลร็องต์ กอสซิแอลนี่, ปาโบล, โลริส เบนิโต้ – ซามูเอล คาลู, โตมา บาซิช, โอตาวิโอ, ฮวาง อุย-โจ – นิโกล่าส์ เดอ เพรวิลล์

ผู้ตัดสิน : วิลลี่ เดอลาโฌด

เคราช์ ยกย่องการเล่นแฟร์นันด์สทำให้แมนยูชน3-0 ในพรีเมียร์ลีก

เคราช์ ยกย่องการเล่นแฟร์นันด์สทำให้แมนยูชน3-0 ในพรีเมียร์ลีก

          ปีเตอร์ เคราช์ ยกย่องฟอร์มการเล่นของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ในเกมที่ แมนฯ ยูไนเต็ด เอาชนะ วัตฟอร์ด 3-0 ในเกมพรีเมียร์ลีก เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

          บรูโน่ แฟร์นันด์ส มิดฟิลด์โปรตุกีสเจ้าของค่าตัว 47 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 1,932 ล้านบาท ของ แมนฯ ยูไนเต็ด โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นในเกมล่าสุด โดยเจ้าตัวมีส่วนร่วมกับประตูของทีมทั้ง 3 ประตู รวมถึงเป็นคนซัดจุดโทษให้ “ปีศาจแดง” ขึ้นนำในนาทีที่ 42 และแอสซิสต์ให้กับ เมสัน กรีนวู้ด ซัดปิดกล่องในช่วงท้ายเกม

         จากผลงานดังกล่าว ปีเตอร์ เคราช์ อดีตกองหน้าทีมชาติอังกฤษ ซึ่งปัจจุบันรับหน้าที่เป็นกูรูฟุตบอล กล่าวประทับใจในตัวแข้งรายนี้เป็นอย่างมาก “เขายกระดับสโมสรและแฟนบอล รวมถึงเป็นเหมือนผู้นำ”

         “เขามีความเย่อหยิ่งนิดๆ ซึ่ง ยูไนเต็ด ต้องการคนแบบนี้ เขารู้ว่าต้องจ่ายบอลยังไง และมีการผ่านบอลระยะไกลเจ๋งๆ เขาเป็นตัวขับเคลื่อนเกม”

         “เขาสามารถสร้างโอกาสได้ มันทำให้ผมนึกถึง ฆวน มาต้า ในเรื่องเซนส์บอล แต่ มาต้า ไม่สามารถวิ่งทะลุช่องได้ โดยเขา(บรูโน่) ใช้ความเร็วและเรียกจุดโทษได้”

           นอกจากนี้ เคราช์ ยังพูดติดตลกว่า หากตัวเองยังเล่นฟุตบอลอยู่คงจะฟอร์มเปรี้ยงหากได้ลูกเปิดของ บรูโน่ “เขามอบความมั่นใจให้กับผู้เล่นได้ทั้งวันเลยล่ะ – ผมคงจะชอบมากหากได้จบสกอร์จากลูกครอสของเขา แฟนๆ จะปลื้มทุกๆ นาทีแน่นอน”

เคราช์  ยกย่องการเล่นแฟร์นันด์สทำให้แมนยูชน3-0 ในพรีเมียร์ลีก

ลิเวอร์พูล เจอข่าวร้ายเฮนเดอร์สันเจ็บหลังหัวเข่าจนต้องพัก3สัปดาห์

ลิเวอร์พูล เจอข่าวร้ายเฮนเดอร์สันเจ็บหลังหัวเข่าจนต้องพัก3สัปดาห์

            ท่ามกลางช่วงที่ ลิเวอร์พูล กำลังทำผลงานได้สุดยอดจนถึงขนาดที่ยังไม่แพ้ใครเลยในลีก พวกเขาก็ต้องมาเจอกับข่าวร้ายนิดหน่อย หลังจากที่ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กองกลางกัปตันทีม มีอาการบาดเจ็บบริเวณเอ็นหลังหัวเข่า จนน่าจะต้องหมดสิทธิ์ลงเล่นอย่างน้อย 3 สัปดาห์

             เรื่องที่เกิดขึ้นทำให้ เฮนเดอร์สัน จะหมดสิทธิ์ลงเล่นให้ทีมแน่นอน 4 นัดในทุกรายการ ประกอบด้วยเกมลีกกับ เวสต์แฮม วันที่ 24 ก.พ. นี้, เกมลีกกับ วัตฟอร์ด วันที่ 29 ก.พ. นี้, เกม เอฟ เอ คัพ รอบ 5 กับ เชลซี วันที่ 3 มี.ค. นี้ และเกมลีกกับ บอร์นมัธ วันที่ 7 มี.ค.นี้ และยังต้องรอลุ้นอีกว่าเขาจะฟิตทันลงเล่นเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดสองกับ แอตเลติโก มาดริด วันที่ 11 มี.ค. นี้รึเปล่า

              มันไม่ใช่ว่า ลิเวอร์พูล ขาดตัวเลือกในตำแหน่งแบบเดียวกับ เฮนเดอร์สัน ที่ผ่านมาดาวเตะชาวอังกฤษรับบทบาทมิดฟิลด์ตัวกลางที่ทำหน้าที่ในด้านเกมรับบ้างและเกมรุกบ้าง ซึ่งมันยังเหลืออีก 4 คนที่พอจะรับบทบาทแบบเดียวกับ เฮนเดอร์สัน เพื่อมาเล่นร่วมกับ ฟาบินโญ่ และ จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม ในระบบ 3 มิดฟิลด์ได้ นั่นคือ เจมส์ มิลเนอร์, นาบี เกอิต้า และ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน และ อดัม ลัลลาน่า ซึ่งวันนี้เราจะมาดูกันว่าใครที่เหมาะกับการลงแทน เฮนเดอร์สัน มากที่สุด

แน่นอนว่า เกอิต้า มีความสามารถที่โดดเด่นในเกมรุก อย่างช่วง 8 นัดที่ได้ลงเล่นในลีกก็มีเปอร์เซ็นต์ผ่านบอลเข้าเป้า 88.7 เปอร์เซ็นต์ แต่สภาพของเขาในตอนนี้คงยังเร็วเกินไปที่จะได้ลงเล่นเป็นตัวจริง

 ความน่าใช้ : 1.5/5

              – อดัม ลัลลาน่า  แม้ว่าเดิมทีเขาจะเป็นกองกลางตัวรุก แต่ในช่วงปรีซีซั่น ลัลลาน่า ก็ลองหันมารับบทบาทตัวกลางแบบของ เฮนเดอร์สัน บ้าง ซึ่งเจ้าตัวก็ทำผลงานได้ดีในเกมอุ่นเครื่องจนถึงขนาดที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ ยังออกปากชมมาแล้ว

อย่างไรก็ตาม พอถึงฤดูกาลแข่งจริงแล้วมันคนละเรื่อง ลัลลาน่า เพิ่งได้ลงเล่นในลีกไปเพียง 13 นัดเท่านั้นในฤดูกาลนี้ และยังเป็นในฐานะตัวจริงเพียง 3 เกมด้วย ทำให้ถึงแม้เขาจะมีเปอร์เซ็นต์ผ่านบอลเข้าเป้า 83.4 เปอร์เซ็นต์ หรือมีค่าเฉลี่ยการสกัดโดนบอล 1.3 ครั้งต่อนัด แต่มันก็ไม่สามารถตัดสินอะไรได้มากนัก และการจะใช้งานเขาก็ออกจะเสี่ยงไปหน่อย

ความน่าใช้ : 2/5

              – เจมส์ มิลเนอร์  แม้ว่าจะเป็นดาวเตะสารพัดประโยชน์ที่สามารถถอยไปเล่นเป็นฟูลแบ็กได้เหมือนกัน แต่ต้องไม่ลืมกันว่าเดิมทีแล้วตำแหน่งหลักของ มิลเนอร์ คือมิดฟิลด์ตัวกลาง ในเกมลีก 17 นัดของฤดูกาลนี้เขาได้ลงเล่นในตำแหน่งฟูลแบ็กไปเพียง 1 เกมเท่านั้น

ทั้งนี้ มิลเนอร์ มีผลงานที่น่าประทับใจกับการผ่านบอลในระดับหนึ่งจนไม่น่าเชื่อว่าจะอายุ 34 ปีแล้ว เพราะเขาผ่านบอลเข้าเป้าในลีก 86.6 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตาม เขาก็เหมือนกับ ลัลลาน่า ที่จริงๆ แล้วไม่ค่อยได้เป็นตัวจริงเท่าไหร่ โดยจากการลงเล่นในลีกไป 17 นัด มันถือเป็นการลงสนามตั้งแต่วินาทีแรกเพียง 6 เกมเท่านั้น

ความน่าใช้ : 2/5

              – อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน หลังจากที่เจ็บตรงเอ็นไขว้หน้าข้อเข่าจนต้องพักนานมาตั้งแต่ช่วงปลายฤดูกาล 2017-18 อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ก็ได้รับโอกาสลงเล่นเยอะพอตัวในซีซั่นนี้ หลังจากได้ลงสนามในลีกไป 18 เกม แบ่งเป็นในฐานะตัวจริง 11 นัด และในฐานะตัวสำรอง 7 หน โดยส่วนหนึ่งมันเป็นเพราะ เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ชื่นชอบฝีเท้าของเขามากๆ เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

               ทั้งนี้ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ตอบแทนความไว้เนื้อเชื่อใจของ คล็อปป์ ได้ดีพอตัว หลังจากที่เขาผ่านบอลเข้าเป้าในลีก 84.5 เปอร์เซ็นต์, วางบอลยาวเข้าเป้า 1.7 หนต่อนัด, โดนคู่แข่งแย่งบอลจากเท้าไปเพียง 0.7 หนต่อเกม ฯลฯ ทำให้เขาสามารถช่วยขึ้นเกมรุกจากแผงมิดฟิลด์ได้ ถ้าหากปีกทั้ง 2 ข้างของทีมเจออุปสรรคบางอย่าง

               นอกจากนี้ ในด้านเกมรับเอง อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ก็ยังขยันจนสามารถสไลด์แย่งบอลได้ 0.8 ครั้งต่อเกม, ตัดบอลแบบไม่ต้องพุ่งเสียบ 0.8 ครั้งต่อนัด และโดนเลี้ยงผ่านเพียง 0.7 ครั้งต่อเกมด้วย ทำให้เขาดูจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดที่จะแทนที่ เฮนเดอร์สัน

ความน่าใช้ : 4/5

ลิเวอร์พูล เจอข่าวร้ายเฮนเดอร์สันเจ็บหลังหัวเข่าจนต้องพัก3สัปดาห์